จาก "โรงพยาบาลจุฬาภรณ์" สู่ "ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์"

ด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริให้ "โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป" ในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ และให้ดำเนินการพัฒนาต่อยอด "โรงพยาบาลจุฬาภรณ์" จากที่เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้ป่วยมะเร็งขนาด ๑๐๐ เตียง ให้เป็น "วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์" เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสครบรอบ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ โดยเป็นสถาบันการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์ พร้อมด้วยบริการทางการแพทย์แบบครบวงจรและได้มาตรฐานระดับสากล ตามพระปณิธานและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลที่ทรงเล็งเห็นความจำเป็นในการสร้าง และพัฒนาความรู้ บุคลากร ตลอดจนการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุขของประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทย โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยฯ อันประกอบไปด้วย "ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์" "ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์" "ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ" และ "ศูนย์การแพทย์จุฬาภรณ์เฉลิมพระเกียรติ" ตลอดจนให้ทุกหน่วยงานประสานความร่วมมือโดยรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายใต้องค์กรที่พระราชทานนามว่า "ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์"

"...สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญพอๆ กับยา คือ "กำลังใจ"

ถ้ามีกำลังใจก็จะอยู่ได้นาน เราอยากให้ผู้ป่วยรู้ว่า กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ

ถ้าตั้งใจว่าจะต้องหาย มันก็จะเบาลง จะช่วยยืดอายุ..."

พระดำรัส

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี


ที่มาโครงการ

ด้วยพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริให้จัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวไทยที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะผู้ป่วยยากไร้ในท้องถิ่นที่ห่างไกลให้มีโอกาสเข้าถึงการบริบาลด้านสาธารณสุขด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อได้รับการรักษาอย่างมีคุณภาพ ไม่เฉพาะแต่ผู้ป่วยมะเร็งของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เท่านั้น ทรงมีพระประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทั่วทุกภาค


วัตถุประสงค์


แนวคิด

แสดงออกถึงเสน่ห์ไทยโทน ทั้งสีสัน ตัวอักษร บุคลิกนิสัย นั่นคือ รอยยิ้ม น้ำใจ และความสมัครสมานสามัคคีในการช่วยเหลือเผื่อแผ่สู่คนไทยด้วยกัน และส่งเสริมให้เกิดการนำเสน่ห์ไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่มที่นำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างอัตลักษณ์ของโครงการและกิจกรรมในแต่ละภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการตระหนักถึงความล้ำค่าของมรดกวัฒนธรรมไทย